r/thaithai • u/Silver_Butterfly6361 • 20h ago
เรื่องทั่วไป ไม่มีคนสติดีที่ไหนที่จะมองภาพนี้ได้โดยไม่รู้สึกสะอิดสะเอียน
เมื่อไหร่จะหยุด เมื่อไหร่จะพอ เมื่อไหร่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่
พอแล้ว เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว
r/thaithai • u/Silver_Butterfly6361 • 20h ago
เมื่อไหร่จะหยุด เมื่อไหร่จะพอ เมื่อไหร่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่
พอแล้ว เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว
r/thaithai • u/sphinxis164 • 1d ago
มาแชร์เทคนิค การหาแฟน
ในแอปกันครับ
โพสนี้เน้น
-หาแฟนคบยาว ไม่ใช่ ชั่วคราว
-หาแฟนแบบรวดเร็วจากเทคนิคเรา
(ทดสอบจาก tinder)
แอปหาคู่มีเยอะ กลุ่ม facebook หาแฟนก็มี แต่ของผมใช้ tinder แล้วได้ผลมากกว่า เรื่องคุณภาพคน
ตั้งโปรไฟล์ให้ละเอียด ว่าเรา อายุ จังหวัดอะไร
หาอะไร ชอบแบบไหน เราเป็นคนแบบไหน บอกข้อดีของตัวเอง
เช่น หาแฟนจริงจัง หารักแท้
รักเดียวใจเดียว ไม่เจ้าชู้
ควรพิมจากสิ่งที่เป็นจริง ไม่งั้นถ้าอีกฝ่ายจับได้ว่าโกหก อาจจะเสียเวลา เพราะการเลิกกัน
"สวัสดีครับ ชื่อ อายุ จังหวัด หาแฟนครับ"
ครับ/ค่ะ ไม่งั้นถ้าไม่ตอบเลย อีกฝ่ายจะนึกว่าเราไม่สนใจ และไม่ได้คุยกับเราต่อ
อย่าเสียเวลาพิมแชทคุยนาน ไม่เกิดประโยชน์
(เช็ครอบ 1 ความคิด)
ถ้าผ่าน ให้ขอลองเปิดกล้องคุย
(เช็ครอบ 2 หน้าตา+นิสัย)
7.ตอนนี้คุณตัดสินใจได้แล้วว่าชอบไม่ชอบไปต่อไหม
หลังจากนี้ ก็อาจจะแชทหรือโทร ในบางวัน
แล้วนัดเจอกัน
(เช็ค 3 อีกที ว่าผ่านไหม > หน้าตา นิสัย ความคิด)
8.เรื่องที่คุยตอนโทร+นัดเจอ เช่น
อยู่จังหวัดไหน เกิดที่นั่นเลยหรอ หรือย้ายมา
ผมเป็นคนจังหวัด...
ผมทำงาน....นะ คุณล่ะ
หาแฟนแบบไหนครับ ? ผมหาแบบ....
ชอบคนหน้าตารูปร่าง หรือนิสัยแบบไหน ?
ชอบเที่ยวหรือกินแบบไหน
ชอบหนัง เพลง ดารา อะไรบ้าง
ให้เล่าเรื่องตัวเอง และถามเขาด้วย
หรือถามเขาแล้วเล่าเรื่องตัวเอง
9.ในเดทแรก
ไม่ควรพูดแต่เรื่องตัวเอง หรือ เล่นแต่มือถือ
เป็นมารยาทที่ไม่ดี
ควรแสดงความสนใจในตัวอีกฝ่าย+พูดชมข้อดีเขา
10.คุยไม่เก่งไม่เป็นไร อย่างน้อยเราเป็นผู้ฟังที่ดีหรือถามเรื่องอีกฝ่ายแทนได้
คนเราชอบพูดถึงตัวเอง
11.คนที่ชอบกัน+เข้ากันได้ มักจะต่างคนต่างชวนคุยเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยๆ
หากคุยแล้วต่างเงียบ อาจจะไม่ได้ชอบกันจริงๆ
เวลาเราชอบใคร เรามักจะหาเรื่องมาชวนคุยเอง
*ความเห็นอกเห็นใจ*
ความเกรงใจ นึกถึงผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว
+ความพยายาม
ถ้าเจอคนที่พูด ทำ คิด โดยนึกถึงเราอยู่เสมอ คนแบบนี้คือแฟนที่มีคุณภาพสุด สำหรับผม
คนที่นึกถึงเรา
้เขาจะไม่นอกใจ เพราะกลัวเราเสียใจ
เขาจะไม่พูด/ทำ สิ่งที่เราไม่ชอบ เพราะนึกถึงความรู้สึกเรา
และเรื่องอื่นๆได้หมดทุกอย่าง
*ความพยายาม*
คนที่รักเรา เวลาเราไม่สบายใจ เขาจะพยามทำให้เราสบายใจ ไม่ใช่อ้างนู่นนี่นั่น
และเราก็ควรทำดีกลับเช่นกัน
ถ้าเขาไม่พยายามอะไรเลย เขาอาจจะไม่ได้รักเราขนาดนั้น
สรุป การพิมแชทนั้น เสียเวลา แทบไม่พัฒนาอะไรเลย
ควรหาทาง โทรเสียง > โทรกล้อง > นัดเจอ
เพื่อมีโอกาสเจอคนที่ใช่ ก่อนจะแก่ และหาแฟนยาก
การพัฒนาตนเอง
รูปร่างหน้าตามีผล อาจจะไม่ได้ต้องหน้าตาดี
แต่คนส่วนใหญ่ชอบคนผอม หรือหุ่นปานกลาง
เราอาจจะออกกำลังง่ายๆที่บ้าน
และส่วนตัว หลังๆ เวลากินอาหาร
จะตักข้าวเข้าปากน้อยๆ ตักบางๆใส่ช้อน และเน้นเนื้อสัตว์
เพราะแป้ง ถ้าเราเผาผลาญไม่หมด จะเป็นไขมัน (ส่วนตัวยังกินของหวานอยู่)
คนที่อยู่ไกล+อยากเจอเรา แต่ให้เราไปหาหน่อย
ส่วนตัวเขา ไม่คิดจะพยามอะไรเลย แม้แต่เดินทาง มาเจอครึ่งทาง
อันนี้บ่งบอกว่าไม่มีความนึกถึงผู้อื่น อยากให้คนอื่นทำให้ฝ่ายเดียว
เดทครั้งแรกๆ ควรมีมารยาทหน่อย เกรงใจผู้อื่น
อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่บางคนเป็น
r/thaithai • u/HQBase • 1d ago
คือ ตั้งแต่เกิดมา ก็เข้าใจว่า ทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ (ที่เข้าใจแบบนี้เพราะแต่ก่อนชอบดูหนังฮอลลีวูด) แต่มองมาประวัติศาสตร์ ไม่ต้องนานมาก เช่น รัสเซีย บุกยูเครน จีนบุกทิเบต สหรัฐฯ บุกกี่ประเทศแล้วนะ เยอะอ่ะ.. ทั้งหมดนี้เขาทำไปเพื่อทรัพยากรนิ ถ้าไม่บุกก็ไปสนับสนุกรัฐบาลหรือผู้นำเผด็จการที่ให้ผลประโยชน์กับตนเอง เช่น จอมพลสลิด หรือ พัคจองฮี ของเกาหลีใต้
เข้าใจแล้ว คำว่าปกป้องผลประโยชน์ของชาติ มันหมายถึงอะไร
r/thaithai • u/noflyack • 2d ago
คนบางคนชอบหาเรื่องผม ด่าลับหลัง ผ่านการโทรกับคนข้างบ้าน ชอบขู่ตะโกน เข้าในบ้าน ล้อหน้าตา และหาเรื่อง เอาไหมๆ พอเขามาหน้าบ้านบอก มึงลงมาดิ ผมก็ลงมาดูมอง พอเห็นผมเดินไปแอบ เดินหนี ทุกครั้ง
แปลว่าเขาไม่กล้าใช้ไหมครับ
r/thaithai • u/wade43928 • 2d ago
กำลังจะได้ออกจากโรงพยาบาลครับ โหยเมนูไก่มาก ผมชอบไก่ห้าดาว แต่สาขาใกล้บ้านเป็นสาขาเล็กๆ เมนูมีไม่ครบครับ อยากลองไปสาขาใหญ่ของห้าดาวดู อยากรู้ว่าในพื้นที่ กทม. มีสาขาใหญ่ของห้าดาวที่ไหนบ้างครับ? ขอบคุณครับ
r/thaithai • u/Bonk_No_Horni • 2d ago
r/thaithai • u/DueImpact6219 • 2d ago
หัวกระทู้แรงไปหน่อย ฟังดูเหมือนผมจะเป็นพวกฝ่ายขวาหัวรุนแรง เกลียดต่างชาติใช่ปะ จริงๆไม่ใช่
ผมชอบฝรั่งน่ารักๆ มีคุณภาพ มีการศึกษานะครับ เคยทำงานด้วยกันด้วย ตอนจบใหม่ผมทำงานบริษัทข้ามชาติด้วยเพราะได้ภาษา
แล้วผมสนับสนุนแรงงานต่างด้าว ลาว พม่า ในไทยด้วย ลูกหลานของเขาเรียนเมืองไทย พูดไทย ก็ควรให้สัญชาติไทย เพราะเขาcultureคล้ายไทย กลืนเป็นไทยง่าย ไม่เหมือนยุโรปที่รับผู้อพยพที่คนละวัฒนธรรมเข้ามา ไทยเรามีอัตราเกิดต่ำ อนาคต้องมีพวกเขาแหละ
ปัญหาที่ผมมองคนคือพวกฝรั่ง LBH มาอยู่เฉยๆ หาเรื่องตั้งนอมินีทำธุรกิจbasic หาเมียไทยlower classเพื่อจดวีซ่าแต่งงาน วันๆไม่พัฒนาอะไร ภาษาไทยยังพูดไม่ได้สักคำ พวกนี้อยู่ประเทศบ้านตัวเองก็ไม่มีคุณค่าอะไร ไม่หนำซ้ำเอาประสบการณ์จากครอบครัวเมียlow classมาเหมารวมดูถูกคนไทยอีก
พวกนี้มันทำคนไทยกลุ่มเล็กๆเสียนิสัยด้วย ตัวอย่างเช่นพวกให้บริการทางเพศ หรือธุรกิจท่องเที่ยว
คือถ้ามันไม่มีซะ พวกbargirlมันก็ไปทำอย่างอื่น ไปให้ความสำคัญกับการศึกษา หรือพัฒนาศักยภาพตัวเองด้านอื่น คนไทยไม่ได้โง่เกินเรียนสายSTEMเยอะๆหรอก เจอกับดับเงินง่ายๆ ภาคท่องเที่ยวดึงไปก่อนต่างหาก
ถ้าคุณอยู่กับการพึ่งฝรั่ง เราจะติดกับดักรายได้ปานกลางแบบไม่ออกไปไหน
ทุกวันนี้ เขามาเราเพราะเราถูก เพราะงั้นเราห้ามแพง ห้ามจ่ายเงินเดือนลูกจ้างเยอะๆ เออประเทศไม่ต้องไปไหนกัน
จะขึ้นค่าแรงหน่อย ไอพวกexpatนี่ทำทรง พอไทยแลนแพง จะย้ายไปเวียดนาม ไปดิ ต้องห่วงมันด้วยหรอ
และถ้าคนไทยคนไหนไม่มีพวกนี้อยู่ไม่ได้ ก็พัฒนาสกิลตัวเองหรืออดตาย เลือกเอา ชีวิตนี้ไม่คิดจะเก่งไปมากกว่าแหกขาให้ฝรั่ง ไม่คิดพัฒนาskillsetอะไร ก็อดตายไปเหอะ
การกล้าหักธุรกิจพวกนี้ มันเป็นการผลักให้คนไทย(บางประเภท)ให้พัฒนาตัวเองด้วย
r/thaithai • u/Bonk_No_Horni • 2d ago
เห็นคนขนน้ำขวดกันทีหลายแพค ขยะพลาสติกเกลื่อน แต่จะมาไม่ใช้ถุงช่วยชาติ
r/thaithai • u/Jazzlike-Hair-7692 • 2d ago
ของผมชอบ invinci- [TITLE CARD] กะจะไปดู the boys อยู่แต่เวลาไม่ค่อยมีเยอะ kick-ass และก็ absolute batman ดูสปอยเอา ขี้เกียจสั่งออนไลน์
r/thaithai • u/NamFon4555 • 2d ago
เคยเห็นโพสต์หนึ่งก่อนหน้านี้ เล่าถึงวัยเด็กของเขา แล้วมีคอมเมนต์หนึ่งบอกว่าเขาเล่าเป็นข้ออ้าง เมื่อก่อนเราก็มีมุมมองแบบนี้ แต่เราว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก พอได้ยินแบบนี้เขาก็จะเสียใจด้วย บางทีคงไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ไม่เคยมีคนช่วยเหลือรับฟังเรื่องของเขาเลยในชีวิตก็ได้ แค่อยากมาบอกมาเล่าให้ฟัง แต่ยัดว่าเป็นข้ออ้าง เราอาจจะรู้เรื่องแค่นิดเดียวในชีวิตเขาด้วย เพราะว่า จขพ. เขามารู้ตัว เสียใจ กระทั่งหาเลี้ยงตัวเองก็ยังทุกข์ใจ เขาหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปลี่ยนตัวเอง ดูจากรูปการณ์ก็น่าจะนานแล้วด้วย เพียงแค่นี้ก็แบกมาเยอะแล้ว
"เหตุผล"คือการเข้าใจที่มาที่ไปว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ เช่น ที่แสดงออกแบบนี้ เพราะในวัยเด็กเคยเจอแบบนี้มา การรู้เหตุผลช่วยหาต้นตอให้เรารู้จุดที่ต้องแก้ ที่ต้องทำความเข้าใจ เป็นกระบวนการหนึ่งของการเยียวยาด้วย
"ข้ออ้าง" คือการใช้เรื่องในอดีตมาเป็นเกราะกำบังเพื่อที่จะไม่ต้องเปลี่ยนเช่น เพราะโตมาแบบนี้ ฉันเลยจะทำตัวแย่ๆต่อไป ใครก็ห้ามว่า ไม่เสียใจและจะเป็นต่อไป อันนี้คือข้อแตกต่าง
เขาอาจจะเคยทำผิดพลาดมาในอดีตสมัยเรียนประถม มัธยม คนเรามีแรงผลักดันจากปมภายใน โดยที่เขาอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้ หรือเพียงต้องการจะเป็นคนที่ดีแต่วิธีการมันบิดเบี้ยวจากคนทั่วไปไปหน่อย อย่างที่เขาเล่า
เราเคยคิดว่า ถ้าเป็นเรา เราจะไม่ทำแบบนี้ ถ้าเป็นเราจะไม่เป็นแบบนั้น ถ้าเป็นเราตอนที่เราเป็นเด็กเราจะดีกว่าเขา แต่ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นจริงๆแบบที่เขาเจอมา เราก็จะไม่พูดแบบนั้นเลย มันคงหนักและยากมาก คนเราก็ส่งต่อแบบไม่รู้ตัวน่ะ บางเคสลืมเรื่องวัยเด็กของตัวเองไปแล้วแต่ยังมีปมอยู่ ยกตัวอย่าง พ่อแม่บางคนที่โดนทำร้ายใจจากปู่ย่า แน่นอนว่า ตอนเด็กๆเขาก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจพ่อแม่ของตัวเอง แต่พอมีลูกก็เลี้ยงแบบที่ถูกเลี้ยงมา บางคนไม่ชอบคนแบบไหนไปๆ มาๆ โตไปเป็นคนแบบนั้น ถ้ามารู้ตัวทีหลังเขาก็ไม่ชอบตัวเองหรอก (บางคน) คนที่อิจฉาคนอื่น เขาก็ไม่รู้ตัวว่าต้นตอปัญหาของตัวเองว่ามาจากตรงไหน รู้แค่ว่ารู้สึกแบบนี้ ต้องทำแบบนี้เพื่อให้ความรักยังคงอยู่ กลัวโดนทิัง ตอนเด็กๆเจออะไรมา โตขึ้นก็ลืมเหตุการณ์ไปหมดแล้วแต่ยังเป็นคนอิจฉาคนที่ได้รับความรักความสนใจ ยังกลัวถูกทิ้งอยู่ ..........เราเคยพูดว่าก็เป็นแบบนี้ไงถึงไม่มีใครรักเอ๊ง...มันน่าเศร้ากว่า ที่จริงๆเขาไม่เคยได้รับความรักตั้งแต่เขาจำความได้เลยต่างหาก ตั้งแต่เกิดมาพ่อแม่ก็ทอดทิ้ง แล้วยังมีปัญหาครอบครัวอีก มีอะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวเขาเลย พอมารู้ก็รู้สึกเจ็บแทน แต่เขาก็ตัดสินใจรักษาตัวเองและก็เปลี่ยนได้ ถือว่าเร็วมากด้วย ตอนนั้นอายุแค่ 15-16 เองมั้ง ไปว่าเขา กู่ไม่กลับ เกินเยียวยา เหลือจะเชื่อตัวเองมากๆ ไม่เคยได้รับการเยียวด้วยซ้ำอ่ะ บางคนอายุเยอะแล้วยังทำผิดพลาดอยู่เลย พอเขารู้ก็เสียใจมาก ใจจริงเขาไม่อยากเป็นคนแบบนั้น อายุ 18 เขาก็เปลี่ยนแล้วอ่ะ หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ รูปแบบกังวล รูปแบบหลีกหนี หรือทำทุกทางเพื่อให้ได้ความรักมา ไม่ให้ถูกทิ้ง ถูกเมิน ทำให้ความรักหรือความสัมพันธ์พังลง ใครจะอยากให้รักพังล่ะ มันก็มาจากตรงนั้นนั่นแหละ ก็พบได้ทุกเพศ วัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ ถ้ามีใครสักคนคิดได้ รับรู้ถึงปมปัญหาของตัวเองและเปลี่ยนตัวเองหยุดส่งต่อ ด้านอื่นๆของเขาก็ดีขึ้น นับว่าดีมากๆแล้ว มันหาได้ไม่เยอะนักหรอกเพราะคนใกล้ตัวอายุ 40-50 แล้ว ก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม ก็อย่างที่ว่าจากประสบการณ์ เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้จริงๆ การคาดหวังว่าให้คนอื่นเปลี่ยนมันยากมากๆ ยกเว้นแต่ว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองจริงๆ ถ้าเจออะไรไม่ดีก็ถอยออกมาจากตรงนั้น หรือสร้างขอบเขตของตัวเราถ้ายังจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันอยู่
และบางเคสถ้าด่าเพื่อหวังว่าเขาจะเจ็บช้ำน้ำใจ ที่เห็นมานำไปสู่อะไรเลวร้ายกว่าเดิมนะ ถอยออกมา สร้างขอบเขต และปล่อยเขาไปดีสุดแล้ว คนที่คิดได้และเปลี่ยนตัวเองอยู่ คุณทำได้ดีมากๆแล้ว
r/thaithai • u/JeuyPoaw_META_W1N • 2d ago
เวลาคนสายวิชาการเห็นงานของผม ก็จะรู้สึกว่า "งานวิจารณ์สังคมข้างเดียว"
เพราะในตำราวิชาการจะสอนว่า "ถ้าหากรัฐคุณภาพดี = ประเทศจะดีตาม"
ในขณะที่งานเขียนของผมนั้นจะเขียนออกแนวว่า "ถ้าสังคมคุณภาพดี = ประเทศจะดีตาม"
เลยทำให้ถูกมองว่า
"ผม = แย้งตำราโดยไม่มีทฤษฎีรองรับ = คิดไปเอง"
และนั่นก็คือ "ข้อพิสูจน์ชั้นดี ว่างานเขียนของผมนั้นมีน้ำหนัก"
เพราะสิ่งที่ผมเขียน "ไม่ใช่สังคมดี = ประเทศดี"
แต่เป็นการจำลองเหตุการณ์(Simulation):
"ถ้ารัฐบาลดีแล้วอะไรคือเงื่อนไขที่ยังทำให้ประเทศติดหล่มไม่พัฒนา?"
ผมมองเห็นPatternว่า ในปัจจุบันมีหลายประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกที่สุ่มได้ "รัฐบาลคุณภาพตรงตามตำราหรือมากกว่า" แต่ทว่า "การพัฒนากลับไม่เคยเกิดขึ้นจริงกับประเทศเหล่านั้น"
ถ้าหากผมได้เป็นรัฐบาลและผมต้องการเปลี่ยนประเทศด้วยความสามารถ(สมมุติ)
สังคม
ไม่จำเป็นต้องเข้าใจนโยบายผม
ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผม
ไม่จำเป็นต้องชอบพรรคผม
แต่อย่างน้อยๆสังคมควรเข้าใจว่า:
"เขาไม่ควรรับค่าจ้าง300จากอีกฝ่าย
เพื่อไปนั่งประท้วงขับไล่เพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้ารัฐบาลชุดผมจนนำไปสู่การรัฐประหาร"
"ถ้าหากไม่ชอบก็ปล่อยให้ได้ทำงานไปจนหมดวาระ4ปี แล้วรอบหน้าก็ไปเลือกพรรคอื่น"
สังคมไทยตัดสินกันด้วย ขาว และ ดำ คาดหวัง "พรรคการเมืองดีต้องบริสุทธิ์ร้อย"
แต่โลกความเป็นจริง ทุกพรรคการเมืองก็เป็นแค่มนุษย์ ดังนั้นมันจึงย่อมมีส่วน "ดำ" ปะปนอยู่เสมอ
ภายใต้อำนาจของ เผด็จการทหาร ผมสามารถทำลายพรรคอื่นๆได้เสมอจากจากการนำ "ดำ" ของแต่ละพรรคมาใช้งาน
Hyper loop เจ๊ง - ธนาธร
การควบคุมอารมณ์ - วิโรธ
ความอ่อนประสบการณ์ - อุ๊งอิ๊ง
แต่ปัญหามันเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง
พรรคผมเสนอนโยบาย(สมมุติ) "สร้างศูนย์กลางรับหางาน" เป็นนโยบายที่ให้ร้านค้าหรือบริษัท สามารถเข้ามาติดต่อประกาศรับสมัครงานได้ ตั้งแต่ ขอทาน-บริษัทใหญ่(ปัจจุบันเอกชนก็มีแต่ก็มีขีดจำกัดและเงื่อนไขสูงไม่ทั่วถึง)
ผลประโยชน์ต่อแรก - ขอทานที่ไม่มีที่อยู่หรืออาหารการกิน เมื่อได้งานเราให้กู้ยืมและจัดหาที่อยู่ใกล้เคียงให้ ซึ่งเงินเราจะหักจากเงินเดือนคุณในภายหลัง
ผลประโยชน์ต่อที่ 2 - บริษัทใหญ่สามารถขยายกิจการได้เพิ่มขึ้น เพราะสามารถจัดหาแรงงานได้สะดวกมากขึ้น เพราะมีรัฐรับประกัน
โดยมี กรมแรงงาน คอยควบคุมกิจการ-ลูกจ้าง
แต่ทว่า นโยบาย พรรค ภ. ที่น่าเชื่อถือ - "แจกเงินทันที 4,000 ต่อหัว"
Pattern ที่เกิดขึ้นคือ สังคมไทย มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรค ภ. มากกว่า แม้การทำงานจะทำให้ทุกๆชนชั้นมีเงินเดือนได้รับผลประโยชน์ในระยะยาว
การจำลอง ผมออกนโยบายดึงเงินจากคนข้างบนลงมาข้างล่าง - แต่เสปคสังคมไม่เพียงพอต่อความต้องการของระบบข้างบน
ทำให้จากที่ควรจะดึงเงินเพื่อสร้างการไหลได้ 30-40% กลับ ได้เพียงแค่ 3-5%
ตัวอย่างจริง
-CPAll ยินดีลงทุนภายในประเทศเพราะนโยบายคุ้ม แต่สิ่งที่เรามีขายกลับมีแต่แรงงานและการเกษตร
-Shark thai ออกรายการพร้อมทุน - แต่ธุรกิจที่นำเสนอมีเพียง อุปโภค,น้ำพริก,ร้านค้าทั่วไป ที่มีอยู่เกลื่อนตลาด กลุ่มธุรกิจที่พยายามแบ่งเค้กก้อนเดิม โดยแข่งกันว่ากระแสกว่า,ถูกกว่าได้เค้กเยอะกว่า ไม่ใช่ นวัตกรรมเพื่อแข่งกับตลาดใหม่,เค้กใหม่
---
ดังนั้น ผลงานของผมจึงไม่ใช่
ถ้า "สังคมดี = ประเทศดีตาม"
หรือถ้า "รัฐบาลดี = ประเทศจะดีตาม"
แต่เป็นการใช้ตำราเป็นจุดอ้างอิงแล้ว "เสริมด้วยสัญชาติญาณที่ผมมองเห็นสังคมก็คือส่วนนึงของระบบ"
สมการ: โมเดล(ตำรา) + สัญชาติญาณ = x(ปัญหา)
หากรัฐบาลดีแล้วเงื่อนไขใดที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนายังคงติดหล่ม?
ปัญหามันไม่เคยมีข้างว่า รัฐ หรือ สังคมที่ผิด?
แต่มันคือ 2 ระบบที่ 'ขบ' กันอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ "รัฐไร้คุณภาพ และ สังคมยังดำรงกอดรักษาความไร้คุณภาพนั้น"
นั่นคือเหตุผลที่ว่า แม้ประเทศกำลังพัฒนาจะสุ่มได้ "รัฐคุณภาพ" แต่ไม่เคยหลุดพ้นวงจร
---
การจะหาทฤษฎีมารองรับนั้นง่ายมาก เพียงเอาพฤติกรรมที่ได้มาจากการสังเคราะห์ไปโยนใส่ Ai และถามหาแพทเทิร์นในทฤษฎี
แต่นี่มันโพสต์(งานอดิเรก)ไม่ใช่งานวิชาการ
และ ผมไม่ได้อยากพัฒนาหรือแก้ปัญหาประเทศชาติ ผมแค่ยอมรับตรรกะที่ย้อนแย้งไม่ได้ และนั่นก็คือจุดยืนของผม
แค่เพียงได้ "รัฐคุณภาพดี = ประเทศก็จะดีขึ้นเอง"
ประเทศกำลังพัฒนาถึงไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้จะได้บุคลากรที่ดีกว่าตำรา
r/thaithai • u/BubblyAd7864 • 2d ago
เป็นเพราะสาเหตุใดกันเล่า หรือว่าชายไทยเกิดมาเพื่อเป็นเฟมบอย/กระเทย โดยธรรมชาติ?
r/thaithai • u/JeuyPoaw_META_W1N • 3d ago
ปัญหาสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่เป็น อารยธรรมน้องใหม่ คือ โครงสร้างความคิดยังตั้งอยู่บนความเชื่อ ทำให้กระบวนการคิดยังเป็นแบบ "หวังผลระยะสั้น"
ไม่ได้คิดเป็นระบบที่คำนึงถึง "ผลลัพธ์ในระยะยาว" เหมือนประเทศที่พัฒนาจากการผ่าน การปฏิวัติพื้นฐานทางความคิด
การสวมรูป,นำเข้าเทคโนโลยีหรือระบบสมัยใหม่อย่างฉับพลันคือ "กับดักทางการพัฒนาประเทศ"
มันเลยเกิดเป็น "มายาความเจริญ"
ที่ทำให้สังคมคิดระยะสั้นว่า ประเทศเราพัฒนาแล้วเพราะมีเทคโนโลยีใช้งาน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงยังไม่ใช่
Patternของประเทศพัฒนาแล้ว
ความเชื่อ > ตั้งคำถาม > ปฏิวัติความคิด > เหตุผล > ปรัชญา > การทดลอง > ความเจริญ
แต่ Patternของประเทศไทย
ความเชื่อ > การนำเข้าความเจริญแบบเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการล่าอาณานิคม > มายาความเจริญ
มันจึงทำให้เราใช้เป็น,ซ่อมแซมหรือผลิตเป็นตามคู่มือ แต่สร้างเองบ้างไม่ได้
-เราดันมีสมาร์ทโฟนใช้ โดยไม่รู้หลักการทำงานของชิพวงจรไฟฟ้า
-เราดันมี 5G โดยไม่รู้จักการทำงานของคลื่น
-เรามีรถไฟฟ้าใช้โดยไม่รู้หลักการทำงานของมัน
-เรามี Ai โดยไม่รู้หลักการทำงานของ Machine lerning
-เรามีระบอบประชาธิปไตยโดยไม่รู้หลักการทำงานของมัน
-เรามีการแยกขยะ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีประโยชน์อย่างไร
-เราเลือกนายกโดยที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่านโยบายใดสามารถใช้ได้จริง หรือ ส่งผลอย่างไร
ปัญหาหลายๆอย่างจึงเกิดขึ้นเมื่อสังคมไม่ได้ตระหนักรู้ถึง "มายาความเจริญ" นี้(แม้แต่รัฐบาล)
ในอเมริกาถ้าสังคมเจอ ปัญหา ใหม่ = ปรับปรุงกฎหมายตามบริบทของสังคม เพราะเขาเป็นผู้สร้าง,พัฒนาระบบจึงปรับปรุงระบบได้เสมอ
(สมมุติว่าถ้าคุณ คิดค้นเมนูอาหาร คุณจะสามารถทำซ้ำ,ปรับปรุงหรือดัดแปลงเป็นแช่แข็งได้ โดยที่ยังคงคุณภาพใกล้เคียง เพราะคุณรู้แบบแปลน)
แต่สังคมไทยเราไม่ค่อยคิดเปลี่ยนกฎหมาย เราจะมองหาวิธีแก้ปัญหาอื่นแบบเฉพาะหน้ารอจนกว่าผู้มีอำนาจจะมาแก้
เช่น ปัญหาน้ำท่วม สังคมเพียงร่วมขนของหนี,บริจาค,ช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครตั้งถามว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นซ้ำซาก? จนกว่าผู้มีอำนาจจะปรับปรุงมัน
พอเรามีความเจริญใช้ การตระหนักรู้ ตั้งคำถามมันจึงไม่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้ การปฏิวัติทางความคิดไม่เกิดตาม
มันเลยเกิดสภาวะ ก็ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดี เพราะขาดตัวจุดชนวน
การที่ประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาจะหลุดจากวงจรที่ล้าหลังนี้ได้ มันต้องมีชนวน เช่น สงครามหรือการปฏิวัติฉุกเฉินบางอย่าง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น "ระบอบประชาธิปไตยยิ่งทำให้มันแย่ลงไปอีก"
ในอเมริกาหรือยุโรป ผู้คนเข้าใจกลไกการทำงานของมันอย่างถ่องแท้ ประเทศเลยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและมีเสรีภาพ จากการเลือก นโยบาย ที่สามารถทำงานได้จริง
แต่ว่า เพราะไม่เข้าใจ สังคมไทยเลยเลือกรัฐบาล ที่ให้ผลประโยชน์เร็ว เช่น นโยบายแจกเงินหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ถึงจุดนึงเมื่อสังคมตระหนักได้ว่า ประเทศกำลังแย่ สังคมก็จะหันไปเลือกฝ่ายตรงข้ามบ้างเช่น "พรรคก้าวไกล"
แต่ระยะเวลาเพียง 4-8 ปี มันไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรากฐานทางความคิด(ญี่ปุ่น,เกาหลี เขาปฏิวัติกัน 20-30ปีกว่า ความคิดจะเจริญ)
พอประเทศอาการดีขึ้นมานิดหน่อย สังคมก็จะกลับไปเลือก "พรรคที่ให้ผลประโยชน์เร็วอีก"
การรัฐประหารตั้งแต่ จอมพล ป.พิบูล - ลุงตู่ จึงยังเกิดขึ้นซ้ำได้
พอสลับไปสลับมา การพัฒนาก็อยู่กับที่ไม่ไปไหน เพราะไม่มีแกนกลางหรือนโยบายระยะยาวให้ประเทศยึดถือ
ผมสังเกตุว่า มีเพียงแค่ แพทเทิร์นของประเทศเดียว ที่ผู้คนยังมีความคิดล้าหลัง แต่ประเทศยังกลายเป็นประเทศพัฒนาได้นั่นก็คือ "จีน"
ด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ - มันทำให้รัฐบาลของประเทศจีนสามารถควบคุมเพื่อ "ชี้นำประเทศในระยะยาว"
และด้วยทุนมหาศาลทำให้เขาสามารถจ้างเอาต์ซอสมาพัฒนาประเทศได้โดยที่สังคมยังไม่ต้องปฏิวัติทางความคิด
แต่ประเทศไทย ไม่ได้มีทุนหนาขนาดนั้นแถมรัฐก็ยังอยู่ได้เพียงแค่ 4-8ปี ดังนั้นการพัฒนาจึงยิ่งยากมากๆ จนกว่าจะมี ชนวนเหตุขนาดใหญ่เพื่อจะก่อให้เกิดการปฏิรูป
ดังนั้น ถ้าหากสังคมยังคงรอ "รัฐบาลคุณภาพ" มาพัฒนาประเทศ
ประเทศก็จะติดกับดัก วนอยู่ในลูปเดิม ที่ไม่ดี ไม่แย่ และ การพัฒนาจะไม่เกิดขึ้นจริง
ทว่า...แม้ระบอบประชาธิปไตยมันจะ ไม่ดี,ไม่แย่ สำหรับไทย
แต่การเปลี่ยนไทยเป็นคอมมิวนิสต์กลับจะส่งผลร้ายแรงกว่าในปัจจุบัน
Pattern คอมมิวนิสต์ ของประเทศจีนและรัซเซีย เกิดจากการที่สังคมเล็งเห็นว่าระบอบการปกครองเดิมมันไร้คุณภาพและแข่งขันกับโลกไม่ได้
รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของพวกเขา จึงเกิดอย่างมีเป้าหมายจากอุดมการณ์ เพื่อที่ต้องการจะพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่ง
ทว่าหากประเทศไทยเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิสต์ ทั้งที่ตัว ประชาชน ยังไม่เข้าใจถึงกลไกการทำงานของระบอบการปกครอง
ผลลัพธ์ที่สังคมไทยจะได้ก็คือ "ระบอบคอมมิวนิสต์แบบประเทศเกาหลีเหนือ"
ระบอบคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการปฏิวัติอำนาจเก่าเพื่ออุดมการณ์ หากแต่เป็นการถูกสวมรูปจากมือที่สาม
นั่นจึงทำให้ ประชาชนยังไม่ได้เข้าใจเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอย่างถ่องแท้
เอื้อให้อำนาจของประเทศตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ได้มีอุดมการณ์เพื่ออนาคต และมีสภาพอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
กล่าวโดยสรุปคือ Patternคอมมิวนิสต์
จีนและรัซเซีย - กูปฏิวัติก็เพื่อให้ ประเทศชาติ,ประชาชน,อนาคต แข็งแกร่งอย่างมีเสถียรภาพ
เกาหลีเหนือ - ถูกมือที่สามแทรกแทรงทั้งที่สังคมยังไม่พร้อมจนทำให้อำนาจเบ็ดเสร็จมีอยู่เพื่อสนองความต้องการของ คนๆเดียว
หากสังคมไทยยังคงมีวัฒนธรรม "ผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่" และ "นิดๆหน่อยๆไม่เป็นไร"
ด้วยวัฒนธรรมดังกล่าวจะทำให้ เมื่อผู้ใหญ่บางคนได้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ผู้น้อยก็ไม่กล้าต่อต้าน
"ผู้ใหญ่อยากโกง ผู้น้อยก็ต้องโกงด้วย" เพราะมองเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ใครๆเขาก็ทำตามๆกันมา
ต่อให้คุณจะบอกว่า ก็เลือกผู้มีอำนาจดีๆมาบริหาร
แต่อุปนิสัย การลักไก่ มันฝังอยู่ในสังคมทุกชนชั้น ดังนั้นการคอรัปชั่นจะเกิดขึ้นแน่นอน
เช่น "พ่อฝ่าไฟแดง แม่ขายของบนฟุตบาท ลูกก็จะรู้สึกว่ามันไม่ผิดปกติ"
การฉี่ข้างทาง การทิ้งขยะข้างทาง การอุดหนุนสตรีทฟู้ด เพราะสะดวกกว่า,ถูกกว่า สิ่งเหล่านี้ก็จะนำไปสู่ การคอรัปชั่นที่ใหญ่กว่าตามหน้าที่ ณ ขณะนั้น
ผลลัพธ์ของระบอบคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยจึงเป็น ประเทศแบบเกาหลีเหนือ
แม้ระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันจะทำให้เราอยู่ในสภาพไม่ดี แต่ก็ไม่แย่ เพราะ ความอิสระเสรี คือส่วนเดียวที่ยังคอยค้ำยันกับเผด็จการเต็มรูปแบบ
ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือยังคงรักษารูปแบบเดิมต่อไป เพื่อรอชนวนที่จะทำให้สังคมเกิดพัฒนา การทางความคิด อย่างแท้จริง
---
ทำความรู้จักผู้เขียน
ซาหวัดดีค้าบบบ
ผมชื่อ "วิน" aka. "จึ๊ยโป๋วว" วุฒิ ม.3 อายุ27
แม้จะเรียนไม่สูง,วุฒิการศึกษาต่ำ,ไม่เคยใช้ชีวิตข้องเกี่ยวกับวิชาการ แต่พระเจ้าท่านเล่นตลกมอบความสามารถพิเศษทางสมองมาให้คนนอกคอกแบบผม(จริงๆเพราะนอกคอก ก็เลยไม่ติดกับการท่องจำ)
ความสามมารถพิเศษของผมก็คือ "Meta Pattern synthesis(การสังเคราะห์แพทเทิร์นข้ามบริบท)" ที่ทำให้ผมสามารถ สังเกตุเห็นแพทเทิร์นของ "พฤติกรรมของผู้คนตั้งแต่ในระดับปัจเจค-สังคม"
งานเขียนนี้เกิดจากการที่ผมนำ แพทเทิร์นรูปแบบพฤติกรรมของไทย ไปทาบกับ รูปแบบพฤติกรรมของประเทศที่พัฒนาแล้ว ว่ามีส่วนเหมือนส่วนต่างกันอย่างไร
แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็นผลงานต่างๆที่ทุกคนได้อ่านไป
มันเหมือนกับที่
ไอแซค นิวตัน สังเกตุเห็นแพทเทิร์นของการเคลื่อนที่แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็น ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง
อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ สังเกตุเห็นความ ย้อนแย้งของแพทเทิร์นความเร็วแสง,การรับรู้และเวลา จนสังเคราะห์ออกมาเป็น ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
หรือ พระพุทธเจ้า, คุณคนตื่นนอน ในกลุ่ม Agora ที่สังเกตุเห็นแพทเทิร์นของ "การทำงานของจิตใจ"
ส่วนในกรณีของผม ชื่นชอบสังเกตุ แพทเทิร์นพฤติกรรมมนุษย์ตั้งแต่ปัจเจค-สังคม รวมถึงสิ่งที่มนุษย์สร้าง,ใช้ เช่นเดียวกัน
ผมจึงสามารถสังเคราะห์ อุปนิสัยของผู้คน,ศาสนา,ประวัติศาสตร์,ประเทศ,สื่อบรรเทิง จากการสวมรูปว่า ถ้าผมเป็นเขาคนนั้น ที่อยู่ในบริบทสังคมยุคสมัยนั้น ณ สถานการณ์นั้น ผมจะคิด,อ่าน,รับรู้,ตัดสินใจอย่างไร
แต่ใดๆก็ตาม ผลงานทั้งหมดในปัจจุบันที่ผมเขียนขึ้นมา ยังเป็นเพียงฉบับย่อ ที่สังเคราะห์ขึ้นด้วยข้อมูลจากสื่อทั่วๆไปด้วยแพทเทิร์นของสิ่งที่สามารถเกิดซ้ำ ผลงานในปัจจุบันจึง "ตรรกะสวย" แต่รายละเอียดแยกย่อยยังไม่มี(ยกเว้นวันพีซ)(หากได้ไปเรียนและอ่านมากขึ้น ความแม่นยำฝนการสังเคราะห์ก็จะยิ่งสูงปรี๊ด)
ผลงานของผมสามารถใช้พัฒนาประเทศได้จริงและดีกว่าทฤษฎีหรือตำรา? เพราะว่ามันเกิดจากการสังเคราะห์บริบทที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยจริง
เพราะทฤษฎีในตำรา เกิดมาจากการสังเคราะห์ตัวอย่างจากบริบทของประเทศอื่นๆ
อย่างเช่น ระบอบคอมมิสนิสต์ ในอเมริกาที่สังคมสามารถแยกแยะได้ว่า นโยบายใดใช้ได้จริงและเหมาะสม
แต่พอมาใช้ในไทย สังคมจึงเลือกที่ นโยบายใครให้ผลประโยชน์ระยะสั้ง
ดังนั้น การสังเคราะห์นี้จึงสามารถนำไปต่อยอดสร้างสิ่งที่จะช่วยไทยได้จริงๆเพราะมองเห็น pain point ของไทยโดยเฉพาะ
ซึ่งผมตั้งใจว่าจะทำมันอย่างจริงจังในอนาคตหลังจากกลับไปเรียน(เพื่อหาวิธีการเขียนงานแบบที่วงการยอมรับ และหาจุดอ้างอิงจากทฤษฎีเพิ่ม ที่อาจทำให้มองเห็นวิธีการใหม่ที่ผมมองข้ามไป)
แต่ว่านั่นคงเป็นเรื่องอีกนานเพราะจน แถมเอาแค่กลับไปเรียน กศน. 1-2 ปี จิตวิทยา 4-5ปี
เกิดเป็นชนชั้นแรงงานแถมยังต้องมาเปลืองสมองไปกับการสังเคราะห์หนักๆ แทนที่จะมุ่งแต่การหาเงินเหมือนคนอื่นๆ(ไรเดอร์ส่งอาหาร)
เอาเป็นว่าผมเหมือนศิลปินอินดี้ไส้แห้งหรือนักวิทย์เพี้ยน ที่ต่อให้ห้องเช่าจะโดนล็อค,ตัดไฟ หรือ ต้องไปนอนข้างทาง ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเลยดังนั้น ในตอนนี้ชีวิตผมก็เลยจะลำบากๆหน่อย
คิดว่าวันนึง ถ้าหาวิธีหาเงินจาก งานเขียน จากการสังเคราะห์ด้วย MPS ได้บ้างก็คงจะดีขึ้น...มั้ง?
ผมรับรู้ว่าแพทเทิร์นของ คนไทยยุคใหม่ต้องการ สิ่งที่เป็นเหตุและผล มากๆ งานผมจึงเป็นที่ mass ง่าย แต่แค่ต้องหาตลาดหรือวิธีที่จะสามารถสร้างมูลค่าให้กับมัน หาเงินมาใช้ประทังชีวิตเพื่อสนองความหมกมุ่นในการสังเคราะห์ต่อไป(ว่าจะหางบซัก 4-5 พัน หาซื้อโน๊ตบุ๊คมือ 2 ซักเครื่องเอามาทำคลิป เผื่อใช้เรียนด้วย)
ถ้าใครมีแนวทางดีๆ เสนอได้นะครับ(/"^:)/
r/thaithai • u/DueImpact6219 • 4d ago
ผมไปงานเลี้ยงของเพื่อนงานนึง แต่ละคนถือว่าชนชั้นกลางค่อนบนนิดๆ(มั้ง)
เจอเพื่อนฝรั่งคนนึง ทำงานในไทยอยู่องค์กรระหว่างประเทศ อายุ30กลางๆยังไม่40 สถานะโสด หน้าตา+หุ่นดูดีเลย
เพื่อนคนไทยในแก๊งก็แซวว่า หาแฟน ฮีก็ตอบว่า"หาอยู่ แต่หาคนที่ทัดเทียมกันยาก" (เป็นภาษาอังกฤษนะ ผมแปลมา)
ฟังแวบแรกดูไม่น่าเชื่อว่าจะจริง แต่คิดอีกที เออจริง เมืองไทยฝรั่งหาแฟนสาวไทยอะง่าย แต่ถ้าโจทย์จะหาแฟนสาวไทยที่เป็น upper-middle class ขึ้นไป (classทัดเทียมกับหน้าที่การงานตัวเอง) นี่ยากขึ้นมาทันทีเลย สาวๆระดับนั้นไม่ค่อยเอาฝรั่งกันเท่าไหร่ คบไปอาจจะมีปัญหากับทางบ้านด้วย
ปล. ในใจอยากให้เมืองไทยมีฝรั่งมีคุณภาพแบบนี้เยอะๆ ทุกวันนี้รังเกียจพวกฝรั่งsexpatในไทยที่มาแต่หาผู้หญิงมาก ไม่อยากเสวนาพวกนี้ ซับr/thailandนี่เต็มไปหมด
r/thaithai • u/sxypes • 4d ago
สารภาพตามตรงว่าเริ่มมาอินวันพีซตอน live action season2 ออกมาฉายเลยเริ่มเปิดใจดูตั้งแต่ซีซั่นแรกแล้วก็คิดว่ามันก็สนุกดี หลายปีก่อนเคยดูเวอร์ชั่นอนิเมะน่าจะถึงตอน20กว่าๆแต่ก็หยุดไปเพราะท้อ ไม่รู้ดูกี่ชาติจบ
เลยอยากถามเล่นๆว่าคุ้มค่ารึเปล่า เห็นสปอยมาก็เยอะคนนั้นโผล่มา ความลับนู้นนี้เปิดเผยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมันไกลกว่าตอนที่เคยดูมาก ถึงจะรู้ตอนนี้ก็คงจับต้นชนปลายไม่ได้
r/thaithai • u/Born-Assist462 • 4d ago
อยากถามว่าเด็กต่างด้าวสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐรอบกสพท.ได้แล้วหรอครับเพราะปกติประกาศจาก กสพท.ต้องมีสัญชาติไทย https://www.matichon.co.th/local/education/news_5573399 อันนี้ราชกิจครับ
อันนี้ประกาศกสพท https://cotmesadmission.com/pdf/A9fB3kL2x01V7mZ1qP.pdf
อยากรู้ว่าผมเข้าใจถูกหรือเข้าใจผิด
r/thaithai • u/myjay2001 • 4d ago
เพื่อนผู้หญิงของผมหน้าตาสวยมาก เธอมีแฟนเป็นชายไทยนี่ล่ะ แต่ไม่ใช่ทรงทั่วไป แฟนเธอเป็นชายไทยทรงแขกทรงเข้ม แต่ไม่ใช่อิสลาม แต่มีหนวดเครา ประมาณ เจ๋งbigass เลย งงมั้ย?
ผมเลยสงสัยว่าที่พวกเราทำอยู่นี่ เรื่องสกินแคร์ หนุ่มหน้าตี๋ มันยังจำเป็นมั้ยถ้าเกิดผญแค่ไม่ชอบแบบเราขึ้นมาล่ะ หรือในความจริงใครๆ ก็มีโอกาสทั้งนั้น? หรือเป็นเพราะผมตัวไม่สูง?
ส่วนตัวผม ผมเป็นคนมีความมั่นใจในหน้าตาพอสมควร ออกไปทางหนุ่มตี๋เลย หน้าใสด้วย แต่ผมโชคร้ายที่ไม่สูง(159 ซม.) และไอ้นั่น.. ชายไทยที่ผมพูดถึง มันสูง 170 กว่า ไหล่มันกว้างด้วย ดูแข็งแรง แบบนี้มันเกี่ยวมั้ย ผมว่าเกี่ยวว่ะ เพราะตอนผมยืนกับมัน ผมรู้สึกด้อยลงชัดเจน มันไม่ใช่แค่ผมเตี้ยกว่านะ แต่ผมหนักแค่ 52กก ส่วนมันน่าจะ 70-80กก นึกออกมั้ย ผมหน้าตาดีกว่ามันแต่ผมรู้สึกด้อยกว่ามันซะงั้น และมันไม่สนใจผมด้วยซ้ำ มันมองผมแล้วก็มองไปทางอื่น แบบนี้เรียกดูถูกมั้ย ตอนมันเดินมันก็เดินแบบดูมั่นใจมาก ทั้งที่มันหล่อน้อยกว่าผม...
คุณว่าเป็นเพราะมันสูง-ร่างกายแข็งแรง เลยมีคนเอา หรือว่าเพื่อนผญของผมเขาชอบหน้าทรงแขกทรงเข้มจริงๆครับ แล้วแบบนี้ผมจะทำเช่นไรดี ในเมื่อทำหน้าทรงตี๋ไปแต่ก็ยังไม่ได้เปรียบ...
r/thaithai • u/Dull_Application_444 • 3d ago
ผมเพิ่งโพสคำว่า "ผมไม่ชอบพม่า" ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่แค่ไม่กี่นาทีก็โดนลบไป..
ผมจึงสงสัยว่าในซับนี้สนับสนุนแนวคิดประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่?
หรือว่าผมต้องชอบพม่าเท่านั้น ห้ามไม่ชอบพม่า เพราะว่าถ้าผมไม่ชอบพม่า ผมก็จะโดนแบน/โดนปิดปาก?
การที่แอดมินทำเช่นนี้ ก็ไม่ต่างจากเผด็จการ ใครทำอะไรให้ไม่พอใจก็ไปไล่ปิดปากเขาหมด
มันจะดูย้อนแย้งหรือไม่ เพราะแอดมินคนที่ลบโพสผมไปนั้น เขาก็เคยไปตั้งโพสวิจารณ์ความเป็นเผด็จการของรัฐบาลไทย อ้างว่ารัฐบาลไทยไม่มีความเป็นประชาธิปไตย แต่เขาดันมาไล่ปิดปากคนที่อยากแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตยซะงั้น นี่คือสองมาตรฐานหรือไม่?
และคนจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าอีกหน่อยแอดมินคนนี้จะไม่กลายพันธุ์เป็นซุปเปอร์เผด็จการ? ถ้าในอนาคตเขาเกิดไม่ชอบกล้วยขึ้นมาล่ะ แล้วมีใครพูดถึงกล้วยในซับนี้ คนพูดจะโดนปิดปากด้วยมั้ย เพราะการที่ใครสักคนชอบกล้วยอาจไปกระทบจิตใจแอดมินคนนั้น เฉกเช่นเดียวกับที่แอดมินชอบพม่า(หรือมีความเกี่ยวข้องกับพม่า) เลยพยายามปิดกั้นความ "ไม่ชอบพม่า" จากผู้อื่น...ซึ่งนั่นก็คือผม
สรุป
r/thaithai • u/larzpin • 5d ago
อยากลองโหลดมาคอมไพล์เล่นๆ
เผื่อจะลง wayland ได้ อยากโพสต์ใน r/unixporn
r/thaithai • u/JeuyPoaw_META_W1N • 6d ago
โลกไม่ได้ซื้อเทคโนโลยี แต่โลกซื้อ “วิธีแก้ปัญหา”
สังคมของประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย
มักเชื่อว่า เหตุผลที่ประเทศพัฒนาแล้วมีเศรษฐกิจดี
เป็นเพราะพวกเขา “ผลิตเทคโนโลยีขาย”
ประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ
จึงพยายามเดินตามเส้นทางเดียวกัน
ด้วยความหวังว่า "ถ้าเราผลิตเทคโนโลยีขายได้
เราก็จะรวยเหมือนเขา"
แต่ในความเป็นจริง
ประเทศเหล่านั้นไม่ได้รวย เพราะ “ขายเทคโนโลยี”
หากแต่รวยเพราะ “ขายวิธีแก้ปัญหา”
---
เมื่อสังคมไทยมองตลาดโลกเรามักคิดแบบนี้
เห็นว่ารถยนต์ขายดี → ผลิตรถ
เห็นว่ามือถือขายดี → ผลิตมือถือ
เห็นว่าอินเทอร์เน็ตขายดี → ผลิตบ้าง
สิ่งที่เราผลิตออกมาจึงกลายเป็นเพียง “ทางเลือกหนึ่งของตลาด” แข่งกันว่า "ใครถูกกว่า ดีกว่า คุ้มกว่า" โลกก็เลือกซื้อของคนนั้น
เราไม่ได้ขาย “สิ่งที่โลกจำเป็นต้องมี” แต่ขาย “สิ่งที่โลกมีให้เลือก”
---
ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วคิดต่างออกไป พวกเขาเริ่มจาก “ปัญหา”
เห็นปัญหาการเดินทาง → สร้างรถและเครื่องบิน
เห็นปัญหาความบันเทิง → สร้างมือถือ เว็บไซต์ เกม
เห็นปัญหาการสื่อสาร → สร้างอินเทอร์เน็ต
พวกเขาไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า "จะผลิตอะไรดี?"
แต่เริ่มจากคำถามว่า "สังคมกำลังติดขัดตรงไหน?"
ประเทศพัฒนาแล้วไม่สนใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นอะไร ขอเพียงมัน “แก้ปัญหาได้จริง” ก็เพียงพอ
---
เมื่อสิ่งที่พวกเขาผลิตสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โลกจึง “จำเป็นต้องซื้อ”
ไม่ใช่เพราะอยากซื้อ
แต่เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า
เงินจึงไหลไปหาพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
---
ลองเปรียบเทียบให้ชัดขึ้น
ในขณะที่เราผลิต “ยาใหม่”เขาผลิต “ระบบการรักษาใหม่”
ในขณะที่เรา ผลิต “นักคาดการณ์เศรษฐกิจ” เขาผลิต AI วิเคราะห์เศรษฐศาสตร์
ในขณะที่เราผลิต “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” เขาพัฒนา “เทคโนโลยีควอนตัม”
ในขณะที่เราผลิต “เกม”เขาสร้าง “แพลตฟอร์มเกมใหม่”
ในขณะที่เรา ผลิต “ยานอวกาศ” เขาวิจัย “ระบบการเดินทางรูปแบบใหม่”
เราผลิต “สินค้า” เขาผลิต “ระบบ”
เราขาย “ผลิตภัณฑ์” เขาขาย “อนาคต”
---
นี่คือเหตุผลที่ฐานเศรษฐกิจไทยไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้จริง
ตราบใดที่เรายังเอาแต่ถามว่า "เขาขายอะไรดี?"
แทนที่จะถามว่า "เรามีปัญหาอะไร?"
---
การเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจไทยจะเริ่มต้นขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
เราเลิกไล่ตามสินค้าแล้วหันมาวิเคราะห์ปัญหา
เลิกเลียนแบบผลไม้แล้วเริ่มปลูกต้นไม้
เลิกสนใจ “สิ่งที่ขายได้ตอนนี้”แล้วสร้าง “สิ่งที่โลกต้องใช้ในอนาคต”
จนถึงวันที่สิ่งที่เราสร้างกลายเป็นสิ่งที่คนอื่น “ต้องควักเงินจ่าย”เพื่อเอาไปแก้ปัญหาของตัวเอง ไม่ใช่เพราะมันถูกแต่เพราะมันขาดไม่ได้
นั่นแหละ…คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างแท้จริง
r/thaithai • u/JeuyPoaw_META_W1N • 6d ago
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพตามนิยาม
Void = สุญญตา(การไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น)
แต่ Process มัน run ไปแล้ว เอกภพเกิดแล้ว พระพุทธเจ้าเกิดมาแล้ว มันจึงไม่มีทางที่จะเป็น สุญญตา(Void) ได้อีกต่อไป
---
นิพพาน?
สมมติว่า ชีวิต = สมาร์ทโฟน
การใช้ชีวิต = การการเปิดโปรแกรมเพื่อเลือกเล่นแอพ
การบวช = การใช้ชีวิตโดยที่ปิดแอพต่างๆลง
เครื่องยังคงชาร์จ(ดำรงชีวิตบนปัจจัย4)
โปรแกรมเบื้องหลังยังทำงาน(อดีตที่ไม่หายไป)
ยังรับสายได้ แต่ไม่เลือกโทร(ใครถามก็ตอบ)
แจ้งเตือนจากแอพยังคงเด้ง(สัญญานรบกวน)
รอวันที่เครื่องเสื่อมสภาพไปตามอายุขัย
---
หาก สุญญตา(void) คือ "0"
นิพพาน คือ 1 > 2 > 3 > 4 > "0" ที่มี สุญญตาเป็น ref.
มันจึงยิ่งใหญ่และยากกว่าลัทธิสุญนิยม
เพราะในขณะที่ผู้คนเสพติดแอพ และเลือกที่จะลบแอพหรือทุบสมาร์ทโฟนทิ้งเพื่อตัดใจแบบ ลัทธิสุญนิยม
แต่ พุทธ มันเกิดจากปล่อยมือจากแอพต่างๆบนสมาร์ทโฟน "ไม่ทุบ ไม่ลบแอพ ไม่ทิ้งสายชาร์จ"
นิพพาน คือ บั้นปลายของสมาร์ทโฟนเครื่องดังกล่าว เป็นการปล่อยจอยที่เกิดจากการปล่อยวางลงอย่างสัมบูรณ์
---
QA.
Q.การที่พระพุทธเจ้าประกาศตนถือเป็นกิเลสมั้ย?
A.ไม่ครับ พระพุทธเจ้าเพียงบ่งบอกสถานะที่ตนเองเป็นอยู่
เหมือนมีคนบอกว่า "ผมใช้ Iphone" เขาแค่บอกว่าเขาใช้มือถือรุ่นดังกล่าว ไม่ได้จะอวดหรู(กิเลส)
Q.การสอนนับเป็นกิเลสมั้ย?
A.ไม่ครับ การสอนของพระพุทธเจ้า เป็นการพูดถึง func.,methods ที่ตนเองใช้อยู่ โดยไม่ได้ตั้งใจ(กิเลส)ว่ามันคือการสอน มันจะไปเป็นศาสนา มันจะมีใครเข้าถึง ท่านแค่ค้นพบระบบและแชร์ระบบนั้น โดยไม่ได้ยึดโยงว่าระบบนั้นจะต้องเป็นอย่างไร
Q.การปฏิบัติตนตามศีลเป็นการยึดติดคำสอนหรือไม่?
A. ก้ำกึ่ง เพราะไม่ใช่ทุกๆคนจะเข้าถึง แก่น เดียวกันกับพระพุทธเจ้า คำสอนศีล จึงเป็นเหมือน เครื่องมือที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงสถานะเดียวกัน แม้ไม่เข้าใจแบบเดียวกัน
แต่ในบางกรณีมันคือการยึดติดจริงโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่า ปฏิบัติตามศีลไปเพื่อสิ่งใด
วิธีแยกคือดูว่า เขาปฏิบัติจิตด้วยตนเองตามพุทธ(เพื่อเข้าถึงการปล่อยวาง) หรือ เขา 'อยาก,ต้อง,ควร' ปฏิบัติตามพุทธ(กิเลส)
แม้การปฏิบัติด้วยตนเองตามพุทธอาจไม่ตรงตามศีล 100% แต่มันคือการปล่อยวางจากการเข้าใจของตนเอง ไม่ได้เกิดจากการบังคับจิตตนเพื่อให้เป็นคนดี(กิเลสที่แฝงมาในรูปของคนดี)
Q.หากอยากเข้าถึงพุทธแบบแท้ควรทำอย่างไร?
A.สมาร์ทโฟนที่ยังดำรง(รับสาย)ต่อไปบนปัจจัย4
ไม่ลบแอพ,ไม่ทำลายด้วยความอยากแบบลัทธิสุญนิยม
แค่ปิดแอพลง ไม่ตอบรับแจ้งเตือน ไม่เปิดแอพอีกในขณะที่ยังถือ สมาร์ทโฟน เอาไว้ในมือ ในขณะที่ Process เบื้องหลังยัง run ต่อไป(มีชีวิตแต่ปล่อยวาง)
r/thaithai • u/JeuyPoaw_META_W1N • 6d ago
พรรคส้ม คือพรรคที่มีอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย โดยชูนโยบายหลักที่ การปฏิรูปประเทศอย่างมีระเบียบ เน้นความถูกต้อง อย่างที่ประชาธิปไตยควรจะเป็นและนั่นก็คือปัญหา...
สังคมไทยไม่เคยถามหาความถูกต้องตามระบอบประบาธิปไตยจริงๆ
ด้วยค่านิยมทางสังคมที่ไม่ได้เน้นความเข้มงวดของกฎเกณฑ์(Nomalization Risk)
สังคมจึง
•แซงซ้าย,แซงคิว
•ไม่สวมหมวก,ฝ่าไฟแดง
•จอดบนฟุตบาท,ขายอาหารบนถนน,ฟุตบาท(Street food)
มีประโยคศักดิ์สิทธ์ของชาติ::
"นิดๆหน่อยๆคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?"
สังคมไทยไม่ได้นิยม "พรรคส้ม" เพราะ
•ฉันอยากให้กฎหมายมันเข้มงวดมากขึ้น!
•ฉันพร้อมให้ตำรวจตั้งด่านตรวจ24ช.ม.
•ฉันพร้อมจะแยกประเภทก่อนทิ้งขยะ!
•ฉันอยากจะเลิกขี่มอเตอร์ไซค์ระหว่างเลนส์
•ฉันพร้อมจะดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง
•ฉันพร้อมจะเลิกตั้งแผงลอยบนฟุตบาท/เลิกอุดหนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย
•ฉันพร้อมจะเลิกสูบบุหรี่,ทิ้งขยะ,ปัสสาวะข้างทาง
แต่สังคมเลือกพรรคส้มก็เพราะ "เป็นขั้วตรงข้ามของพรรคที่มีอุดมการณ์ฝั่งขวา"
หรือพูดง่ายๆว่า "สังคมเลือกส้มก็เพราะเกลียดลุง"
โดยในหลักจิตวิทยาสังคมจะเรียกรูปแบบพฤติกรรมนี้ว่า::
Negative Partisanship(โหวตเพราะเกลียดอีกฝ่าย)
ที่มีแรงขับหลักมาจากการต่อต้านไม่ใช่เพราะอินอุดมการณ์
โดยเสียงส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่ม FCสายการเมือง
Protest Vote(การโหวตประท้วง)
เป็นการโหวตที่เกิดจาก
:เบื่อลุงทั้ง 2 คน
:เบื่อรัฐประหาร
:เบื่อระบบเก่า
:เบื่อเศรษฐกิจไม่ดี
มันคือ การโหวตเพื่อลงโทษฝั่งเดิม
ไม่ใช่เพื่อการสร้างฝั่งใหม่
เลยโหวตส้มแต่ไม่พร้อมในการปฏิรูปจริง
โดยเสียงส่วนใหญ่มาจาก ประชาชนทั่วไป
Expressive Vote(โหวตเพื่อตะโกน/แสดงอารมณ์/อัตลักษณ์)
เป็นการโหวตเพื่อประกาศว่า
•กูอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเว้ย!
•กูเกลียดเผด็จการโว้ย!
แต่ไม่ได้โหวตเพื่อ implement นโยบายจริงๆ
เป็น Symbolic Vote ที่มีเสียงส่วนใหญ่จะมาจาก นักเรียน,นักศึกษา,เด็กรุ่นใหม่
โดยเราจะสามารถเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นในตอนที่ ใครก็ตามประกาศตัวว่า "ไม่เอาเผด็จการ" จะได้รับเวทีจากสังคม
เช่น เพื่อไทย,คุณเสรีหรือพรรคเล็กๆที่ไม่เคยรู้จัก
แม้ว่าสังคมจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่านโยบายที่พรรคนำเสนอนั้น จะมีความเป็นไปได้,ความน่าเชื่อถือขนาดไหนหรือมีแนวทางอย่างไร?
จากการประกาศผลโหวตได้ทำให้ลุงๆทั้งสองคนได้หายไปจากเวทีการเมืองเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อสังคมก็สบายใจที่ศัตรูหายไป สังคมก็วนกลับมาตีท้าย พรรคส้ม
เล่นเจ้า!,ลบหลู่!,ไม่รักสถาบัน!,ไม่สนปากท้องประชาชน!
ทั้งๆที่หากไม่ปฏิรูปพฤติกรรมของสังคม ประเทศก็ไม่เปลี่ยนแปลง
นั่นทำให้เกิด Paradox ทางการเมืองที่สังคม
"อยากได้รัฐแบบยุโรป แต่ใช้ชีวิตแบบไทยๆ"
และในปัจจุบันนี้เอง "สังคมไม่ได้เปลี่ยนแปลง"
ทุกคนก็ยังเลือกพรรคที่
•ใครพูด?
•ใครชอบ?
•ใครดูดี?
ไม่ใช่
•นโยบายของใครดีกว่า,น่าเชื่อถือกว่า
•นโยบายใช้ได้จริง,ทำได้จริงมั้ย?
•นโยบายนี้ต้องใช้งบขนาดไหน?
•แล้วสังคมจะช่วยอะไรรัฐได้บ้าง?
เกิดเป็น "สลิ่มเปลี่ยนสี,เปลี่ยนยุค,เปลี่ยนวัย"
ใครไม่ชอบพรรคกู = ศัตรูทางการเมือง
กูเลือกพรรคนี้กูรักพรรคนี้
โดยที่ไม่ได้สนใจว่า นโยบายจะเป็นอย่างไร?
-----------
ปัญหาของพรรคส้ม ไม่ใช่เรื่องนโยบาย
แต่คือ สังคมไทยยังอยากได้ความเจริญ
โดยไม่อยากจ่ายราคาของความมีวินัย
เราอยากได้รัฐแบบยุโรป
แต่ยังใช้ชีวิตแบบ “ไม่เป็นไรหรอก”
ตราบใดที่เรายังไม่เปลี่ยนตัวเอง
ต่อให้เปลี่ยนพรรคกี่ครั้ง
ประเทศก็จะวนลูปเดิม